ดีไซน์แบบ open-architecture ขนาดเพียง 1U เหมาะกับการใช้งานทั่วไปและระบบ PA
รองรับ USB สำหรับเชื่อมต่อกับแหล่งเสียงจากคอมพิวเตอร์
มี Dante audio networking รองรับได้ถึง 64×64 ช่องสัญญาณ ทั้ง input และ output
มาพร้อม AmpLink output จำนวน 8 ช่อง ให้เสียงดิจิตอลคุณภาพสูงและ latency ต่ำ
หน้าปัดด้านหน้า (front-panel) มีหน้าจอ OLED ขนาดใหญ่และ Rotary Encoder ใช้ตั้งค่า network และตรวจสอบสถานะสัญญาณเสียงได้สะดวก
พอร์ตควบคุมครบครัน: GPIO (5 in/5 out) และ Serial สำหรับควบคุมกับอุปกรณ์ภายนอก เช่น ระบบ AMX/Crestron หรือ ControlCenter
ใช้โปรเซสเซอร์แบบ 32-bit fixed/floating-point DSP (456 MHz) และ ARM Cortex-A8 (600 MHz)
งานประมวลผลสูงสุด: 3.6 GIPS / 2.7 GFLOPS
มี delay สูงสุด 43 วินาที และ latency เพียง 1.05 มิลลิวินาที (จาก analog in ถึง analog out)
รองรับ A/D และ D/A คุณภาพสูง: 24-bit / 48 kHz
คุณภาพเสียง:
THD+N ต่ำกว่า 0.003% ที่ +4 dBu และ < 0.01% ที่ +44 dBu
Crosstalk ต่ำกว่า –105 dB
Dynamic Range สูงกว่า 115 dB (A-weighted)
Frequency Response ครอบคลุม 18–20 kHz
Analog Inputs: รองรับ 12 ช่องแบบ balanced mic/line โดยใช้ connectors แบบ Euroblock (6-pin) พร้อม phantom power software-selectable และ gain ตั้งแต่ 0–64 dB
Analog Outputs: มี 8 ช่องแบบ balanced line-level ผ่าน Euroblock และ output impedance 200 Ω
Digital Ports: Dante In/Out 64×64 ช่อง, AmpLink 8 ช่อง (digital output) และ USB (USB device, host for future use)
ใช้ ControlSpace Designer บน Windows สำหรับการตั้งค่าโดยระบบ drag-and-drop
เชื่อมต่อผ่าน Ethernet (RJ-45 Dante) และควบคุมผ่านเครือข่ายได้
ใช้ไฟสากล 85–264 VAC, กินไฟประมาณ 35 W (สูงสุด 60 W)
มีหน้าจอ OLED และสถานะ LED แสดงการทำงาน
ผ่านการรับรองหลายมาตรฐาน เช่น UL 60065, IEC/EN 60065, UL 62368-1 และมาตรฐาน EMC/EMI ตามข้อกำหนด CE, FCC, CISPR ฯลฯ
ระบบเสียงที่ต้องการคุณภาพสูง ความเสถียร และการเชื่อมต่อผ่าน Audio-over-IP เช่น Dante
พื้นที่ที่มีการใช้งานหลายโซน หรือผสมสัญญาณจากหลายแหล่ง (mic, line, USB, network)
ระบบที่ต้องการหน้าจอควบคุม (OLED + Encoder) เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบหรือปรับตั้งค่าแบบ onsite
ระบบขยายเสียงที่ใช้แอมป์ Bose ที่รองรับ AmpLink เพื่อลดสายและรักษาคุณภาพสัญญาณ